• ติดต่อเรา

    8 ถ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

    081-556-9650

    Mahatpak.com@gmail.com

    Mahatpak.com

  • Find us on Facebook

    Facebook By Weblizar Powered By Weblizar
เพิ่มประกาศ
Your search results

เงินร้อยบาทในกระเป๋าคุณมาจากไหน?

โพสต์โดย mahatpak November 7, 2559
| 0

%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99

เงินร้อยบาทในกระเป๋าคุณมาจากไหน?

เรามักพูดกันเสมอว่าประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม เกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ เราได้ยินคำกล่าวทำนองนี้มายาวนานจนหลายคนหลงเข้าใจว่าประเทศไทยมีระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคการเกษตรสูง เช่น เรามักชื่อกันว่าไทยพึ่งพาการส่งออกผลผลิตสินค้าเกษตรเป็นหลัก

แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบันโครงสร้างเศรษฐกิจไทยได้เปลี่ยนไปจากอดีตที่เคยเข้าใจกันมากแล้ว ตัวเลขที่เห็นได้ชัดเจนคือสัดส่วนรายได้ของประเทศไทย (GDP) ซึ่งหากย่อ GDP ของชาติเป็นเงิน 100 บาทในกระเป๋าสตางค์ของทุกท่าน รายได้ 100 บาทนี้จะมาจาก

ภาคอุสาหกรรม 39 บาท
ภาคบริการ 25 บาท
ภาคการค้าส่ง ค้าปลีก 13.5 บาท
ภาคการขนส่งและการสื่อสาร 9.6 บาท
ภาคเกษตรกรรม 8.6 บาท
ภาคก่อสร้างและเหมืองแร่ 4.3 บาท

ลองเทียบกับการเก็บภาษี ปี55 ถ้าเก็บภาษีได้ 100 บาท (1,980,000 ล้านบาท) แยกเป็น

%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99

http://pantip.com/topic/31771490

1.กรุงเทพฯ = 63.83 บาท
2.ภาคเหนือ =1.44 บาท
3.ภาคตะวันออกเฉัยงเหนือ = 1.86 บาท
4.ภาคกลาง = 30.77 บาท
5.ภาคใต้ = 2.09 บาท

จะเห็นได้ว่า ยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่มากระหว่างภูมิภาค หากเราพิจารณารายได้ GDP ต่อประชากรแล้ว จะพบว่าทั้งกรุงเทพฯ และภาคกลางจะมีรายได้ต่อประชากรสูงมาก เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้อาจเป็นเรื่องไม่แปลกใจนักหากเราคำนึงถึงบทความ“เงินร้อยบาทในกระเป๋าคุณมาจากไหน?” [2] ว่ารายได้กว่า 39% ของประเทศมาจากอุตสาหกรรมซึ่งมักจะอยู่ในส่วนภาคกลาง

หากเราพิจารณาส่วนของงบประมาณจากภาครัฐแล้ว จะพบว่าถึงแม้กรุงเทพฯ จะมีประชากร 17% ของประเทศ ทำรายได้ 26% ของ GDP ประเทศ แต่กลับได้รับงบประมาณถึงกว่า 72% ในทางกลับกันภาคอีสานที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศถึง 34% ทำรายได้ 11% แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 6% ของงบประมาณใช้จ่าย

นั่นแปลว่าไม่ว่าจะมองจากมิติของ GDP หรือมิติด้านจำนวนประชากร การจัดสรรงบประมาณรัฐยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่มาก ซึ่งหลักการจัดสรรงบประมาณอย่าง“เป็นธรรม” นั้นขึ้นกับหลักคิดพื้นฐานว่าอะไรคือความเท่าเทียม/ยุติธรรม

อ้างอิงข้อมูล:

ธนาคารแห่งประเทศไทย http://www.bot.or.th/Thai/EconomicConditions/Thai/genecon/Pages/index.aspx

ตอบกลับ

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่